10.15.2552

ไร้น้ำหนัก

ภาระที่ต้องแบกรับ
ใครกันเอามาวางบนบ่าเรา

บนบ่าไหล่ที่ว่างเปล่า แต่ทำไมเรากลับรู้สึกหนักอึ้ง
ความหนักหน่วงนี้ ใครกันที่สร้าง

หนักที่ไหล่บ่า หรือ หนักที่ใจ
จะวางก็ไม่อาจวางได้
หรือจะต้องแบกต่อไป
แต่จะแบกรับอย่างไร ให้รู้สึกว่าไร้น้ำหนัก

มีด้วยเหรอ สิ่งที่ไร้น้ำหนัก....

(ก็เลือกที่จะแบกเอง ทำไงได้...วางไม่เป็นเอง)

9.15.2552

Sem@ สวนรถไฟ



















































ชาวเสม รวมตัวกันบุกสวนรถไฟ
เที่ยว เล่น กิน ถ่ายรูป ปั่นจักรยาน
สานสัมพันธ์แบบไม่เป็นทางการ
ให้หัวใจเราใกล้กันมากขึ้น

8.30.2552

เมื่อเหงาผ่าน


















ช่วงที่ผ่านมา เรารู้สึกเหงาจับใจ ความเหงาคงค่อยๆ คืบคลานเข้ามาในหัวใจอย่างเชื่องช้ามานานแล้ว กว่าจะรู้สึกตัวอีกที น้ำตาก็ไหลรินออกมาขณะที่นั่งรถตู้กลับบ้าน โลกที่เต็มไปด้วยผู้คน แต่ทำไมเรารู้สึกเหงาเศร้าและเดียวดายเหลือเกิน

และแล้ว....
เมื่อความเหงาได้ผ่านมาในหัวใจ มันไม่ได้เจ็บปวด น่ากลัวแต่อย่างใด

เมื่อ เจนจิรา เหงา อ่านต่อ

8.29.2552

Sita sings the Blues..


















Sita sings the Blues...
NIna ผู้สร้างเธอช่างสรรสร้าง
เป็นรามายนะ ในแบบที่สุดบรรเจิดในโลกกว้าง
ขับขานเรื่องราวด้วย Blues& Jazz
เป็นการสร้าง Sita ในแบบของเธอ ที่เก๋สุดใจ
แถมสอดแทรกเรื่องราวชีวิตของเธอและเพื่อนชาย
น่าทึ่ง น่าติดตาม น่าหัวเราะ น่าสนใจ

Sita sings the Blues
Jane is in the Blue

8.09.2552

แจกันชีวิต















































ท่านซูซูกิ กล่าวไว้
"ศิลปะการจัดดอกไม้ มิใช่งานศิลปะ
แต่เป็นการแสดงออกถึงประสบการณ์อันลึกซึ้งของชีวิต"

ประสบการณ์อันลึกซึ้งแห่งชีวิตได้ถ่ายโยงมาสู่แจกันดอกไม้
ไฉนเลย...จะไม่ลองถอยหลังกลับมาดู แจกันชีวิตของเราบ้าง

จัดดอกไม้:ดอกไม้จัดใจ
วันที่ ๑ สิงหาคม ๒๕๕๒
ณ เรือนร้อยฉนำ

8.08.2552

ไม่ใช่ง่ายๆ เลย

มีคนกลุ่มหนึ่ง
"พวกเขากล้าทำ กล้ารับ
กล้าร้องไห้ กล้าหัวเราะ กล้ารัก กล้าแค้น
ทัศนะที่ผู้อื่นมองดูพวกเขา พวกเขาต่างไม่ถือเอาเป็นอารมณ์

มีคนจำนวนหนึ่งรู้สึกว่าพวกเขาทั้งช่างน่ารังเกียจ ทั้งน่าแค้น
แต่ข้าพเจ้าเลื่อมใสพวกเขา
อย่างน้อยที่สุด
พวกเขาได้กระทำอย่างหนึ่ง...
พวเขาทำแต่เรื่องที่ตนเองยินดีที่จะกระทำ
ทำเพียงเรื่องที่ีตนเองชอบที่จะทำ

สิ่งนี้ไม่ใช่สิ่งที่ทำได้ง่ายๆ เลย"

โกวเล้งรำพัน

7.28.2552

แสนพิเศษในรัก















มันช่างเป็นเรื่องที่แสนพิเศษ มหัศจรรย์ใจเหลือเกิน
กับการที่คนสองคนที่ไม่รู้จักกัน แล้วมาเจอกัน ตกหลุมรักกัน
เข้าใจกัน ผ่านสุขผ่านทุกข์ด้วยกัน
ใจสองใจ ถูกแรงดึงดูดให้เข้าหากัน โดยไม่ใช่เพียงแต่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเท่านั้น

...สิ่งมหัศจรรย์นั้นคงยากที่จะเกิดกับเรา

แต่สิ่งพิเศษอีกอย่างได้เกิดขึ้น
เมื่อเราตั้งคำถามว่า ทำไมเราจึงต้องรอเพียงคนๆหนึ่ง ที่จะมารักและเข้าใจเรา
ทั้งๆ ที่เรามีศักยภาพที่จะรักและเข้าใจคนได้มากกว่าหนึ่งคนที่เฝ้ารอนั้น
เพื่อนมนุษย์ มวลดอกไม้และสายแดด สัตว์และธรรมชาติ

ความรัก เต็มเปี่ยมไปด้วยความเป็นไปได้ ไร้ขีดจำกัด ไม่มีเส้นแบ่ง
หากเพราะที่ผ่านมาเรามัวแต่ติดยึดในวิธีการแห่งรักเพียงอย่างใดอย่างหนึ่ง
แล้วจะสัมผัสกับรักในอีกรูปแบบได้อย่างไร

รักที่ไม่ได้มีให้เพียงกับใครคนใดคนหนึ่ง
แต่เป็นรักในทั้งหมด
รักในทุกอย่างที่ดำรงอยู่ในพื้นที่แห่งการตระหนักรู้ของเรา
รักที่ไปได้ไกลและกว้างไพศาลได้อีก จนไม่มีที่สิ้นสุดในรัก

7.27.2552

เหงา...ฉันได้ยินอยู่

มีบทเพลงแห่งความเหงาดังขึ้นมากมาย
แต่ก็อาจไม่เทียบเท่าความเหงาในใจ

7.24.2552

สิ่งแท้จริง

ความมั่นคงภายในถูกสั่นคลอน
ไหวหวั่น

ความนิ่งสงบถูกสั่นไหว
เพียงแค่ได้ยินเสียงกระชิบ

เกินที่จะตั้งรับ
ไม่อาจปฏิเสธ
ไม่อาจปกป้อง
ไม่อาจยอมรับ

ไม่มีเรี่ยวแรงแม้แต่จะยกมือขึ้นสร้างกำแพงป้องกัน
ทุกอย่างบิดเบี้ยว โค้งงอ ไม่เป็นรูป
ทุกอย่างไม่อาจเป็นดั่งที่เราวาดหวัง
นี่แหละ คือ สิ่งแท้จริง

7.01.2552

Sem@Huahin














































เที่ยวหัวหิน
กิน คุย เล่นน้ำ ร้องเพลง
สนุกครื้นเครง ปนร้องไห้
จะมีอะไรมากมาย
นอกจากความสัมพันธ์ที่ขึ้นๆลงๆ
นี่แหละ การยืนอยู่บนความไม่แน่นอน
ความผันแปร และความเป็นไป

6.19.2552

เลี้ยงหลาน






























อยู่บ้าน เลี้ยงหลาน
อย่างที่ใครๆ เขาบอก
ให้อยู่กับคนที่อายุเกิน ๗๐ ปีและต่ำกว่า ๖ ปี เสียบ้าง

ขอให้โลกโอบอุ้มเจ้าไว้ด้วยธรรมชาติอันไพศาลนะ
...เจ้าตรัยน้อย...

หลานฉัน














หลานฉัน
"บริโภคนิยม"
ใครสั่งใครสอนล่ะเนี่ย
จะใครอีก ก็ "น้าเจน" ตัวดีนี่แหละ
รักนะ จุ๊บจุ๊บ

5.31.2552

หลบฝน

ฝนตก

เสียงสองตัวน้อยร้องจิบๆ ขับขาน
นกน้อยบินมาเกาะที่ระเบียงห้อง
หลบฝน
เปียกปอน เปียกปอน

เหลียวมองดูเห็นเจ้าสั่นเทา
คงหนาว คงหนาว

เราเฝ้าดูอยู่ห่างๆ หายใจเพียงแผ่วเบา
ไม่อยากให้เจ้าตกใจกลัว แล้วบินฝ่าสายฝนไป
ใจอยากให้เจ้าได้พัก
อยากได้ยินเสียง
อยากรู้ว่าเจ้ายังดำรงอยู่
แม้จะรู้ว่าเจ้ามิอยู่เนิ่นนาน
เมื่อฝนหยุดเจ้าก็จะลาจากไป จากไป
เสียงขับขานก็จะเงียบหายไป หายไป

ชีวิตอันอุดม


















ค่อยๆ อ่านอย่างละเลียด คล้ายยามจิบไวน์
อ่านวันละบท วันละตอน อย่างผ่อนคลาย

บางวันอ่านแบบง่วงๆ อย่างค่อยเป็นค่อยไป
บางวันอ่านแล้วหัวใจสั่นไหว คล้ายเปลโยนยามแกว่งไกว
บางวันอ่านแล้วโล่งโปร่ง สบาย ดุจปุยนุ่นลอยลมบน
บางวันอ่านแล้วเหมือนถูกปอกเปลือกลอกตัวตน
บางวันอ่านแล้วสับสน งงในภาษา
บางวันอ่านแล้วนิ่ง สงบ อิ่มในกายา
บางวันอ่านแล้ววาง และว่างในกมล

นี่แหละ คงเรียกว่า "ชีวิตอันอุดม"
อุดมด้วยมากล้น ความรู้สึก จิตนึกคิด
อุดมด้วยพรรณพีช ในดวงจิต
อุดมด้วยการเฝ้ามองตามความคิดในจิตใจ
อุดมด้วยสิ่งที่มี สิ่งที่เป็น
อุดมด้วยสิ่งที่เห็น สิ่งที่จับต้อง
อุดมด้วยเสียงยามได้สลับ และการรับกลิ่น
อุดมด้วยรสที่ลิ้นได้ลิ้มชิม
อุดมด้วยความต่อเนื่องอย่างไม่ขาดสาย
อุดมด้วยจุดต้น จุดกลางและจุดปลาย
อุดมด้วยกาย จิต และใจอันอุดม

ค่อยๆ อ่านที่ละบท ที่ละตอน
ค่อยๆ ซึมซาบผ่านมาในดวงจิต
ค่อยเป็น ค่อยไปทีละนิด
ด้วยใจที่เชื่อมั่นว่า ทุกชีวิตต่างเต็มเปี่ยมด้วยความอุดม

5.07.2552

ตื่นสาย


















คุณนาย...
ไยตื่นสาย
แมลงผึ้งรอดอมดม

แดดอ่อนอุ่นอาบฟ้า
รอเพียงเวลา
คุณนายตื่นมา
เพื่อเบิกบาน

ดอกคุณนายตื่นสายบานที่ระเบียงบ้านเสม

4.22.2552

ปล่อยเพื่อกักขัง













นกทั้งสองกรงของพ่อ
กรงหนึ่ง แอบปล่อยและนกได้บินสู่ฟ้ากว้าง เป็นอิสระจากการกักขัง
อีกกรง หาที่เปิดกรงไม่เจอแต่พ่อดันเข้าบ้านมาเสียก่อน

"พ่อปล่อยมันเถอะ...นะ...."
พ่อเปิดกรงออก นกยังคงไม่บินไปไหน อยู่แต่ในกรง ทั้งที่โลกกว้างรออยู่
"พ่อบอกมันหน่อยสิ บอกว่า...
ไปเที่ยว ถ้าอยากกลับมาก็มา จะเปิดกรง และให้อาหารรอไว้"

พ่อทำตามที่ลูกบอกอย่างเสียไม่ได้ ทั้งๆที่ใจคงไม่อยากปล่อยมันไป
สักพัก นกก็ลาจากกรงที่พ่อทำไว้อย่างดี

เจน: "อย่าพรากนกจากพ่อแม่มันเลยนะ"
พ่อ: "ก็ทุกวันนี้ลูกๆ ก็ไม่ได้อยู่กับพ่อแม่อยู่แล้วนิ"
เจนยิ้มให้พ่ออย่างที่แห้งแล้งที่สุด
พร้อมเปิดรับความรู้สึกจากหัวใจอันปวดร้าวของพ่อ มาสู่ใจของลูก
ใจลูกก็ร้าวรานไม่ต่างจากใจพ่อ

นกของพ่อเป็นอิสระจากกรงขัง
ลูกของพ่อ
พ่อและแม่
สิ่งใดกันที่กักขังเราไว้
หรือเราต่างถักทอกรงขังตัวเราเอง

ตรงไหนกันคือ เส้นแบ่งระหว่างการปล่อยเป็นอิสระ กับ การกักขัง
ไม่มี หรือ มีอยู่ในใจของเราเอง

4.12.2552

ฝีเข็ม
















ช่วงนี้ไม่รู้เป็นไง
รื่นรมย์กับการปักผ้าเสียยิ่งกว่าอื่นใด
มีความสุขกับทุกฝีเข็ม
สิ่งสวยงามก็พลันปรากฏในดวงใจ

4.06.2552

เจ็บ ไข้ ได้ป่วย














หลานชายคนโตเจ็บป่วย นอนรักษาตัวที่โรงพยาบาล

คำพูดที่มักจะเอ่ยจนติดปาก เกิด แก่ เจ็บ ตาย เป็นเรื่องธรรมดา
แต่สำหรับคนเป็นพ่อ เป็นแม่ การเจ็บป่วยของลูก ไม่อาจธรรมดาได้

เอาเถิด... ความเจ็บป่วย
ดูสิมันก้าวไปไกลกว่าที่คนเราจะล่วงรู้กับมันได้
หมอก็รักษาตามประสบการณ์ที่สั่งสมมา ก็ได้แค่นั้น

แต่สิ่งที่ค้างคาใจอยู่
ระหว่างที่ยืนดูหลานชายถูกรักษาด้วยการแพทย์อันทันสมัย
หัวใจของเรา มันกลับร่ำร้อง
มองไม่เห็นเลย "ความเป็นคนของหลานชายหายไปไหน"
สิ่งที่หลานชายเรียกร้องโดยไม่ได้เปล่งเสียง
คือ รักษาด้วยหัวใจที่หัวใจต่างหาก กระมัง

แด่พี่สาวผู้เป็นที่รัก

ในวันที่เราแสนเศร้า
พี่คนนี้โอบกอดเราไว้ในอ้อมแขน
และจับจูง ให้เราก้าวผ่านวันคืนอันแสนทรมานนั้น

หากแต่วันนี้ พี่คนดีเจ็บปวดร้าวรานในดวงใจ
อ้อมกอดของเรา มือทั้งสองข้างของเรา
ไม่มั่นใจเลย ...
ว่าจะช่วยจับจูงใจอันปลิร้าวนั้นให้ข้ามผ่านไปได้หรือเปล่า

เราเชื่อมั่นและศรัทธาในตัวเธอและหนทางที่เธอเลือกเดิน
พี่สาวที่เข้มแข็ง ความอดทน ความอ่อนโยนของเธอ
ในดวงตาของฉัน สะท้อนภาพจิตใจอันสวยงามของเธอ
เธองดงามเสมอ

เราจะร้องไห้เป็นเพื่อนเธอ พี่สาวผู้เป็นที่รัก

3.27.2552

เก้าอี้ตัวเก่า













เก้าอี้ตัวเก่า...
ตัวที่เคยนั่งร้องไห้ ในวันที่หัวใจอ่อนแอและเปราะบาง

วันนี้เก้าอี้ตัวนั้นยังคงตั้งอยู่ในหนแห่ง ตำแหน่งเดิม
ได้กลับมานั่งเก้าอี้ตัวนั้นอีกครั้ง
ความรู้สึกเดิมๆ ในวันที่เสียใจ หวนย้อนกลับมาอีกครั้ง
เหลียวมองดู พี่สาวที่เคยกอดปลอบโยน ก็ยังยืนอยู่ตรงนั้น

แต่วันนี้ ไม่มีเหลือแล้ว น้ำตา
ความเจ็บปวดลบเลือน กลืนหายไปในวันเวลา
แสงสีทองที่ผาดผ่านเวิ้งฟ้า
บอกกับตัวเอง ด้วยรอยยิ้ม ด้วยความคะนึงหา
ว่า ผ่านไปแล้ว ความรู้สึกต่างๆ ที่เกิดขึ้นในวันที่เคยร้องไห้
คงเหลือไว้เพียงเก้าอี้ตัวเก่า ที่ทิ้งไว้ให้จำ