4.22.2552

ปล่อยเพื่อกักขัง













นกทั้งสองกรงของพ่อ
กรงหนึ่ง แอบปล่อยและนกได้บินสู่ฟ้ากว้าง เป็นอิสระจากการกักขัง
อีกกรง หาที่เปิดกรงไม่เจอแต่พ่อดันเข้าบ้านมาเสียก่อน

"พ่อปล่อยมันเถอะ...นะ...."
พ่อเปิดกรงออก นกยังคงไม่บินไปไหน อยู่แต่ในกรง ทั้งที่โลกกว้างรออยู่
"พ่อบอกมันหน่อยสิ บอกว่า...
ไปเที่ยว ถ้าอยากกลับมาก็มา จะเปิดกรง และให้อาหารรอไว้"

พ่อทำตามที่ลูกบอกอย่างเสียไม่ได้ ทั้งๆที่ใจคงไม่อยากปล่อยมันไป
สักพัก นกก็ลาจากกรงที่พ่อทำไว้อย่างดี

เจน: "อย่าพรากนกจากพ่อแม่มันเลยนะ"
พ่อ: "ก็ทุกวันนี้ลูกๆ ก็ไม่ได้อยู่กับพ่อแม่อยู่แล้วนิ"
เจนยิ้มให้พ่ออย่างที่แห้งแล้งที่สุด
พร้อมเปิดรับความรู้สึกจากหัวใจอันปวดร้าวของพ่อ มาสู่ใจของลูก
ใจลูกก็ร้าวรานไม่ต่างจากใจพ่อ

นกของพ่อเป็นอิสระจากกรงขัง
ลูกของพ่อ
พ่อและแม่
สิ่งใดกันที่กักขังเราไว้
หรือเราต่างถักทอกรงขังตัวเราเอง

ตรงไหนกันคือ เส้นแบ่งระหว่างการปล่อยเป็นอิสระ กับ การกักขัง
ไม่มี หรือ มีอยู่ในใจของเราเอง

4.12.2552

ฝีเข็ม
















ช่วงนี้ไม่รู้เป็นไง
รื่นรมย์กับการปักผ้าเสียยิ่งกว่าอื่นใด
มีความสุขกับทุกฝีเข็ม
สิ่งสวยงามก็พลันปรากฏในดวงใจ

4.06.2552

เจ็บ ไข้ ได้ป่วย














หลานชายคนโตเจ็บป่วย นอนรักษาตัวที่โรงพยาบาล

คำพูดที่มักจะเอ่ยจนติดปาก เกิด แก่ เจ็บ ตาย เป็นเรื่องธรรมดา
แต่สำหรับคนเป็นพ่อ เป็นแม่ การเจ็บป่วยของลูก ไม่อาจธรรมดาได้

เอาเถิด... ความเจ็บป่วย
ดูสิมันก้าวไปไกลกว่าที่คนเราจะล่วงรู้กับมันได้
หมอก็รักษาตามประสบการณ์ที่สั่งสมมา ก็ได้แค่นั้น

แต่สิ่งที่ค้างคาใจอยู่
ระหว่างที่ยืนดูหลานชายถูกรักษาด้วยการแพทย์อันทันสมัย
หัวใจของเรา มันกลับร่ำร้อง
มองไม่เห็นเลย "ความเป็นคนของหลานชายหายไปไหน"
สิ่งที่หลานชายเรียกร้องโดยไม่ได้เปล่งเสียง
คือ รักษาด้วยหัวใจที่หัวใจต่างหาก กระมัง

แด่พี่สาวผู้เป็นที่รัก

ในวันที่เราแสนเศร้า
พี่คนนี้โอบกอดเราไว้ในอ้อมแขน
และจับจูง ให้เราก้าวผ่านวันคืนอันแสนทรมานนั้น

หากแต่วันนี้ พี่คนดีเจ็บปวดร้าวรานในดวงใจ
อ้อมกอดของเรา มือทั้งสองข้างของเรา
ไม่มั่นใจเลย ...
ว่าจะช่วยจับจูงใจอันปลิร้าวนั้นให้ข้ามผ่านไปได้หรือเปล่า

เราเชื่อมั่นและศรัทธาในตัวเธอและหนทางที่เธอเลือกเดิน
พี่สาวที่เข้มแข็ง ความอดทน ความอ่อนโยนของเธอ
ในดวงตาของฉัน สะท้อนภาพจิตใจอันสวยงามของเธอ
เธองดงามเสมอ

เราจะร้องไห้เป็นเพื่อนเธอ พี่สาวผู้เป็นที่รัก

3.27.2552

เก้าอี้ตัวเก่า













เก้าอี้ตัวเก่า...
ตัวที่เคยนั่งร้องไห้ ในวันที่หัวใจอ่อนแอและเปราะบาง

วันนี้เก้าอี้ตัวนั้นยังคงตั้งอยู่ในหนแห่ง ตำแหน่งเดิม
ได้กลับมานั่งเก้าอี้ตัวนั้นอีกครั้ง
ความรู้สึกเดิมๆ ในวันที่เสียใจ หวนย้อนกลับมาอีกครั้ง
เหลียวมองดู พี่สาวที่เคยกอดปลอบโยน ก็ยังยืนอยู่ตรงนั้น

แต่วันนี้ ไม่มีเหลือแล้ว น้ำตา
ความเจ็บปวดลบเลือน กลืนหายไปในวันเวลา
แสงสีทองที่ผาดผ่านเวิ้งฟ้า
บอกกับตัวเอง ด้วยรอยยิ้ม ด้วยความคะนึงหา
ว่า ผ่านไปแล้ว ความรู้สึกต่างๆ ที่เกิดขึ้นในวันที่เคยร้องไห้
คงเหลือไว้เพียงเก้าอี้ตัวเก่า ที่ทิ้งไว้ให้จำ

3.23.2552

ซิ่ง

วันนี้นึกคะนอง
ลองขี่มอเตอร์จากบ้านพี่สาวไปที่เสมฯราม
ขี่รถมอเตอร์ไซด์ในกรุงเทพ ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เลย

แต่สนุกพิลึก ที่ได้ลองทำอะไรที่ไม่เคยทำ
สงสัยต้องซิ่งทุกวัน จะได้คุ้นชินการขับขี่ในกรุง

กลายเป็นเด็กแว๊นนนนนน ไปซะแล้วเรา

3.19.2552

...

วางใจ
พูดง่ายๆ แต่ทำย๊าก ยาก..

วางใจ แต่ไม่ใช่ ละเลย
คงต้องเข้าไปพัวพัน คลุกวงในจนใจอยากจะวาง

ใจอยากวาง
ใจละวาง
ละวางใจ
วางใจ
ใจ
...